เมนู

โปรแกรมคำนวณสินเชื่อและหนี้

เพิ่มเติม

บทความการเงิน

Retention vs Refinance ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน

Retention vs Refinance ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน

เผยแพร่เมื่อ 17/4/2569

Retention และ Refinance คืออะไร

เมื่อสินเชื่อบ้านหมดช่วงโปรโมชัน (มักเกิดขึ้นหลัง 3 ปีแรก) ดอกเบี้ยจะกระโดดขึ้นจาก ~2-3% เป็น MRR ลบส่วนลด ซึ่งอาจสูงถึง 6-7% ต่อปี นี่คือจังหวะที่ต้องตัดสินใจ

Retention = เจรจาขอลดดอกเบี้ยกับ ธนาคารเดิม โดยไม่ต้องย้ายสินเชื่อ

Refinance = ย้ายสินเชื่อไปยัง ธนาคารใหม่ ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

RetentionRefinance
ค่าใช้จ่ายต่ำมาก (แทบฟรี)สูง (จดจำนองใหม่, ค่าธรรมเนียม)
ความยุ่งยากน้อย (แค่เจรจา)มาก (เอกสาร, ประเมินใหม่)
ดอกเบี้ยที่ได้มักสูงกว่า Refinance เล็กน้อยต่ำกว่า (ธนาคารใหม่แข่งขันสูง)
ระยะเวลา1-2 สัปดาห์1-2 เดือน
ความเสี่ยงต่ำปานกลาง (อาจไม่ผ่านอนุมัติ)

ค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ก่อน Refinance

รายการประมาณการ
ค่าจดจำนองใหม่1% ของวงเงิน (สูงสุด)
ค่าประเมินราคาหลักประกัน2,000–5,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์0.05% ของวงเงิน
ค่าธรรมเนียมปิดบัญชีเดิม (Early Repayment)0–3% ของยอดหนี้คงเหลือ

ตัวอย่าง: สินเชื่อ 3,000,000 บาท ค่าใช้จ่าย Refinance รวมประมาณ 60,000–120,000 บาท

สูตรตัดสินใจ: Break-Even Point

ก่อนตัดสินใจ Refinance ต้องคำนวณว่า "คุ้มทุน" ภายในกี่เดือน:

เดือนที่คุ้มทุน = ค่าใช้จ่าย Refinance ÷ ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ต่อเดือน

ตัวอย่าง:

  • ยอดหนี้คงเหลือ: 2,500,000 บาท
  • ดอกเบี้ยเดิม: 6.5% → ดอกเบี้ยเดือนแรก ≈ 13,542 บาท
  • ดอกเบี้ยใหม่: 4.2% → ดอกเบี้ยเดือนแรก ≈ 8,750 บาท
  • ประหยัดได้ ≈ 4,792 บาท/เดือน
  • ค่าใช้จ่าย Refinance: 90,000 บาท
  • คุ้มทุนใน 90,000 ÷ 4,792 ≈ 19 เดือน (~1.6 ปี)

ถ้าวางแผนจะอยู่บ้านหลังนี้เกิน 19 เดือน → Refinance คุ้มค่า

กลยุทธ์ที่นักการเงินแนะนำ: ทำทั้งสอง

  1. ขอ Retention ก่อน — นำข้อเสนอดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารใหม่ไปต่อรองกับธนาคารเดิม
  2. ถ้าธนาคารเดิมให้ดอกเบี้ยเท่ากัน — ทำ Retention เลย ประหยัดเวลาและค่าธรรมเนียม
  3. ถ้าธนาคารเดิมยังแพงกว่า — Refinance ไปธนาคารใหม่

Checklist ก่อนตัดสินใจ

ควร Retention เมื่อ:

  • ยอดหนี้คงเหลือน้อยกว่า 1 ล้านบาท (ค่าธรรมเนียม Refinance ไม่คุ้ม)
  • ธนาคารเดิมให้ดอกเบี้ยใกล้เคียงกับข้อเสนอตลาด
  • ไม่ต้องการวุ่นวายเรื่องเอกสาร
  • เหลือระยะเวลาสัญญาน้อยกว่า 5 ปี

ควร Refinance เมื่อ:

  • ยอดหนี้คงเหลือสูงกว่า 1.5 ล้านบาท
  • ส่วนต่างดอกเบี้ยสูงกว่า 1% ต่อปี
  • Break-even point ไม่เกิน 2-3 ปี
  • ผ่านเกณฑ์พิจารณาสินเชื่อธนาคารใหม่ได้

จังหวะที่ดีที่สุดคือ "ก่อนหมดโปร 2-3 เดือน"

อย่ารอให้ดอกเบี้ยขึ้นก่อนแล้วค่อยทำ เพราะกระบวนการ Refinance ใช้เวลา 1-2 เดือน หากเริ่มก่อนหมดโปร ดอกเบี้ยจะไม่มีช่วงที่สูงขึ้นแม้แต่เดือนเดียว

ลองเปรียบเทียบตัวเลขจริง

ใช้ โปรแกรมเปรียบเทียบ Retention vs Refinance เพื่อกรอกยอดหนี้และดอกเบี้ยจริงของคุณ แล้วดูว่าแบบไหนคุ้มค่ากว่า

สรุป

ไม่มีคำตอบตายตัวว่า Retention หรือ Refinance ดีกว่า ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ที่เหลือ ส่วนต่างดอกเบี้ย และต้นทุนในการดำเนินการ กุญแจสำคัญคือการคำนวณ Break-Even Point ก่อนตัดสินใจ — และเริ่มเจรจาก่อนหมดโปรโมชันเสมอ

คำถามที่พบบ่อย

Retention กับ Refinance ต่างกันยังไง?

Retention คือการเจรจาขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม ไม่ต้องย้ายสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายน้อย ใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ส่วน Refinance คือการย้ายสินเชื่อไปธนาคารใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า ดอกเบี้ยที่ได้มักต่ำกว่า Retention แต่มีค่าใช้จ่ายสูง (ค่าจดจำนอง ค่าประเมิน ฯลฯ) และใช้เวลา 1-2 เดือน

ค่าใช้จ่าย Refinance มีอะไรบ้าง?

รายการหลักได้แก่: ค่าจดจำนองใหม่ (สูงสุด 1% ของวงเงิน), ค่าประเมินราคาหลักประกัน (~2,000-5,000 บาท), ค่าอากรแสตมป์ (0.05% ของวงเงิน), และค่าธรรมเนียมปิดบัญชีเดิม Early Repayment (0-3% ของยอดหนี้คงเหลือ) สินเชื่อ 3 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 60,000-120,000 บาท

Break-Even Point คืออะไร และคำนวณยังไง?

Break-Even Point คือจำนวนเดือนที่จะคืนทุนค่าใช้จ่าย Refinance จากดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ สูตร: เดือนที่คุ้มทุน = ค่าใช้จ่าย Refinance ÷ ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ต่อเดือน ตัวอย่าง: ค่าใช้จ่าย 90,000 บาท ประหยัดดอกเบี้ย 4,792 บาท/เดือน → คุ้มทุนใน ~19 เดือน ถ้าวางแผนอยู่บ้านเกิน 19 เดือน → Refinance คุ้มค่า

ควรเริ่มขอ Retention หรือ Refinance ก่อนกำหนดหมดโปรนานแค่ไหน?

ควรเริ่มก่อนหมดโปร 2-3 เดือน เพราะกระบวนการ Refinance ใช้เวลา 1-2 เดือน ถ้ารอให้หมดโปรก่อนจะมีช่วงที่ถูกคิดดอกเบี้ยสูงโดยไม่จำเป็น แนะนำให้ขอ Retention ก่อน โดยนำข้อเสนอจากธนาคารใหม่ไปต่อรอง ถ้าธนาคารเดิมให้ดอกเบี้ยเท่ากัน ทำ Retention เลยดีกว่า

กลับไปหน้าบทความ