เมนู

โปรแกรมคำนวณสินเชื่อและหนี้

เพิ่มเติม

บทความการเงิน

รวมหนี้ VS แยกหนี้ แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

รวมหนี้ VS แยกหนี้ แบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน

เผยแพร่เมื่อ 16/4/2569

ปัญหาของคนมีหนี้หลายก้อน

คนไทยจำนวนมากมีหนี้พร้อมกันหลายประเภท เช่น บัตรเครดิต 2-3 ใบ สินเชื่อส่วนบุคคล และผ่อนรถ การจัดการหลายก้อนพร้อมกันทำให้สับสนและเสี่ยงจ่ายพลาด

คำถามที่ตามมาคือ — ควรรวมหนี้ทุกก้อนไว้ที่เดียว หรือผ่อนแยกแต่ละก้อนต่อไปดีกว่า?

รวมหนี้ (Debt Consolidation) คืออะไร

การรวมหนี้คือการกู้เงินก้อนใหม่ก้อนเดียว เพื่อนำไปปิดหนี้ทุกก้อนที่มีอยู่ แล้วเหลือเพียงการผ่อนชำระเพียงรายการเดียวต่อเดือน

ตัวอย่าง:

  • บัตรเครดิต A: 50,000 บาท ดอกเบี้ย 18%
  • บัตรเครดิต B: 30,000 บาท ดอกเบี้ย 20%
  • สินเชื่อส่วนบุคคล: 120,000 บาท ดอกเบี้ย 22%

รวมทั้งหมด: 200,000 บาท → กู้สินเชื่อใหม่ 200,000 บาท ดอกเบี้ย 12% แทน

เปรียบเทียบตัวเลขจริง

แยกหนี้ (เดิม)รวมหนี้ (ใหม่)
ยอดหนี้รวม200,000 บาท200,000 บาท
ดอกเบี้ยถัวเฉลี่ย~20%12%
ค่างวด/เดือน (60 เดือน)~5,300 บาท~4,450 บาท
ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา~118,000 บาท~67,000 บาท
ประหยัดดอกเบี้ย~51,000 บาท

เมื่อไหร่ "รวมหนี้" คุ้มค่า

✅ ดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่ ต่ำกว่า ดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยของหนี้เดิม
✅ ต้องการลดค่างวดต่อเดือนเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
✅ มีหนี้ 3 ก้อนขึ้นไปและจัดการยุ่งยาก
✅ มีประวัติเครดิตดีพอจะขอดอกเบี้ยต่ำได้

เมื่อไหร่ "แยกหนี้" ต่อไปดีกว่า

❌ ดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่ สูงกว่า ดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยของหนี้เดิม
❌ หนี้บางก้อนเหลือระยะเวลาน้อยมาก เช่น เหลือ 3-6 เดือน
❌ สินเชื่อเดิมมีค่าปรับปิดก่อนกำหนดสูง
❌ ไม่มั่นใจว่าจะวินัยพอที่จะไม่สร้างหนี้ใหม่หลังรวม

สูตรตัดสินใจ

ขั้นที่ 1: คำนวณดอกเบี้ยถัวเฉลี่ย

ดอกเบี้ยถัวเฉลี่ย = Σ(ยอดหนี้แต่ละก้อน × ดอกเบี้ย) ÷ ยอดหนี้รวม

ตัวอย่าง:

  • (50,000 × 18%) + (30,000 × 20%) + (120,000 × 22%) = 9,000 + 6,000 + 26,400 = 41,400
  • 41,400 ÷ 200,000 = 20.7%

ขั้นที่ 2: เปรียบเทียบกับดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่

ถ้าได้ดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่ 12% ซึ่งต่ำกว่า 20.7% → รวมหนี้คุ้มค่า

ขั้นที่ 3: คำนวณต้นทุนรวม

อย่าลืมรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้:

  • ค่าธรรมเนียมปิดบัญชีก่อนกำหนด (1-3% ของยอดหนี้เดิม)
  • ค่าอากรแสตมป์สัญญาใหม่ (0.05% ของวงเงิน)
  • ค่าจดจำนอง หากใช้บ้านเป็นหลักประกัน

ข้อควรระวังหลังรวมหนี้สำเร็จ

จุดล้มเหลวที่พบบ่อยที่สุดคือ การสร้างหนี้ใหม่ หลังปิดบัตรเครดิตเดิม ผลคือมีทั้งค่างวดสินเชื่อรวมหนี้ และ หนี้บัตรใหม่พร้อมกัน ทำให้หนักกว่าเดิม

แนะนำให้:

  • ยกเลิกหรือลดวงเงินบัตรที่ปิดแล้ว
  • วางงบประมาณรายเดือนใหม่
  • ตั้งเป้าปิดสินเชื่อรวมหนี้ให้ได้ภายในระยะเวลาที่วางแผนไว้

ลองคำนวณด้วยตัวเอง

ใช้ โปรแกรมเปรียบเทียบแยกหนี้ vs รวมหนี้ เพื่อกรอกตัวเลขหนี้จริงของคุณ แล้วดูผลต่างดอกเบี้ยและค่างวดได้ทันที

สรุป

การรวมหนี้ไม่ได้ดีหรือเลวในตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่าดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยเดิมหรือไม่ และคุณมีวินัยพอที่จะไม่สร้างหนี้ใหม่หลังจากนั้น หากทั้งสองข้อตอบว่าใช่ — รวมหนี้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ามาก

คำถามที่พบบ่อย

การรวมหนี้ (Debt Consolidation) คืออะไร?

การรวมหนี้คือการกู้เงินก้อนใหม่ก้อนเดียวเพื่อนำไปปิดหนี้ทุกก้อนที่มีอยู่ แล้วเหลือผ่อนชำระเพียงรายการเดียวต่อเดือน เป้าหมายคือได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าเดิมและบริหารจัดการง่ายขึ้น

รวมหนี้คุ้มไหม? ดูได้จากอะไร?

คุ้มเมื่อดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยของหนี้เดิม วิธีคำนวณ: นำ (ยอดหนี้แต่ละก้อน × ดอกเบี้ย) รวมกัน แล้วหารด้วยยอดหนี้รวม ถ้าได้ดอกเบี้ยใหม่ต่ำกว่าผลลัพธ์นี้ — รวมหนี้คุ้มค่า

ดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยคำนวณยังไง?

สูตร: ดอกเบี้ยถัวเฉลี่ย = Σ(ยอดหนี้แต่ละก้อน × ดอกเบี้ย) ÷ ยอดหนี้รวม เช่น หนี้ 3 ก้อน รวม 200,000 บาท ดอกเบี้ย 18%, 20%, 22% → ถัวเฉลี่ย = 20.7% ถ้าสินเชื่อใหม่ได้ 12% ประหยัดได้มาก

ควรแยกหนี้ต่อไปเมื่อไหร่?

ควรแยกหนี้ต่อเมื่อ: ดอกเบี้ยสินเชื่อใหม่สูงกว่าดอกเบี้ยถัวเฉลี่ยเดิม, หนี้บางก้อนเหลือเวลาน้อย (3-6 เดือน), สินเชื่อเดิมมีค่าปรับปิดก่อนกำหนดสูง หรือไม่มั่นใจในวินัยทางการเงินตัวเอง

กลับไปหน้าบทความ